ย้อนดูการศึกษาจากมีวัดเป็นโรงเรียน มีพระเป็นครู
การศึกษาไทยแบ่งออกเป็น 2 สมัยหลัก คือ การศึกษาไทยสมัยโบราณ และการศึกษาไทยภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชและระบอบประชาธิปไตย.
1. การศึกษาไทยสมัยโบราณ การศึกษาไทยสมัยโบราณแบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลัก:
-
สมัยลานนาและสุโขทัย (พ.ศ. 1781-1921 / 1893-2310)
- หลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีบ่งบอกว่าสมัยลานนามีอยู่ก่อนสมัยสุโขทัย.
- วัตถุประสงค์ของการศึกษาในสมัยนี้คือ เพื่อให้สมาชิกสังคมสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมต่างๆ เช่น การประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสภาพภูมิประเทศ และเป็นการจัดการศึกษาเพื่ออนุรักษ์พัฒนาวัฒนธรรมของสังคม.
- สถานที่ศึกษา ได้แก่ สำนักวัดหรือบ้าน.
- ในสมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงประดิษฐ์อักษรไทย ในปี พ.ศ. 1826. อักษรไทยในสมัยลานนาพบมีจารึกและสมุดประเภทต่างๆ เป็นภาษาไทยและภาษาขอมเป็นส่วนใหญ่.
- หลักฐานความรู้ ได้แก่ ความรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทางด้านสติปัญญา (เช่น การอ่านเขียนหนังสือไทยและขอม) และความรู้ทางพุทธศาสนา. นอกจากนี้ยังมีความรู้เกี่ยวกับการปกครอง อาชีพที่ถ่ายทอดในครอบครัว และความรู้เพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและสุขภาพ.
- ผู้สอน ส่วนใหญ่คือ พระสงฆ์.
-
สมัยอยุธยา (พ.ศ. 1893-2310)
- สาระสำคัญของการศึกษาแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ:
- การศึกษาฝ่ายพุทธจักร: มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้ทางพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆ์เป็นครู และศึกษาที่วัด. นักเรียนส่วนมากเป็นบุตรเจ้านายและบุตรข้าราชการ.
- การศึกษาฝ่ายอาณาจักร: มีวัตถุประสงค์เพื่อเรียนรู้ความรู้ด้านอักษรศาสตร์ หรือวิชาชีพ. ครูเป็นฆราวาส และศึกษาในสถานที่ต่างๆ เช่น พระราชวัง และสำนักราชบัณฑิต.
- เหตุการณ์สำคัญ:
- พ.ศ. 1926 สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงปรับปรุงระบบการศึกษา โดยเปลี่ยนตำราเรียนจากขอมเป็นไทย และเปลี่ยนวิธีเรียนจากการท่องเป็นคัดลอก.
- สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงส่งราชทูตไปต่างประเทศ.
- สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงส่งเสริมการศึกษา โดยมีการรวบรวมตำราต่างๆ เช่น ตำราโอสถพระนารายณ์.
- มีการตั้ง โรงเรียนสำหรับราชโอรสและข้าราชการ และเชิญผู้เชี่ยวชาญชาวต่างชาติมาสอน.
- สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงมีรับสั่งให้แต่ง "หนังสือจินดามณี" (พ.ศ. 2205) ซึ่งถือเป็น ตำราเรียนภาษาไทยเล่มแรก.
- สาระสำคัญของการศึกษาแบ่งเป็น 2 ฝ่ายคือ:
-
สมัยธนบุรี (พ.ศ. 2313-2325)
- หลังเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2310).
- สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงส่งเสริมพุทธศาสนาและการศึกษา โดยรวบรวมพระไตรปิฎกที่กระจัดกระจาย และมีการตั้งโรงเรียนขึ้นใหม่ เช่น วัดระฆัง.
- มี "หนังสือจินดามณี" ฉบับที่ 2.
-
สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น (พ.ศ. 2325-2411)
- แบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะเริ่มตั้งกรุงเทพฯ (พ.ศ. 2325-2394) และระยะหัวเลี้ยวหัวต่อ (พ.ศ. 2394-2411).
- สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1): ทรงฟื้นฟูพระพุทธศาสนาและวรรณกรรม โดยมีการสร้างวัดและรวบรวมคัมภีร์ทางศาสนา.
- วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) ถือเป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้ที่สำคัญ.
- สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2): การศึกษายังคงเน้นที่วัด.
- สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3): ทรงส่งเสริมการเรียนรู้ของชาวต่างชาติ. มีการตั้ง "โรงทาน" เพื่อเป็นที่พักและสอนศีลธรรม. ทรงส่งเสริมให้มีการเรียนการแพทย์และช่างต่างๆ โดย หมอบรัดเลย์ ได้ก่อตั้งโรงพยาบาล ซึ่งถือเป็น จุดเริ่มต้นของการแพทย์สมัยใหม่ (พ.ศ. 2380).
- สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4): เริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการศึกษาไปสู่ แบบตะวันตก.
- ทรงเชิญ มิชชันนารีตะวันตก เช่น หมอบรัดเลย์ และสังฆราชปัลเลอกัวซ์ มาสอนภาษาอังกฤษ ละติน ฝรั่งเศส.
- มีการตั้ง โรงพิมพ์หลวง (พ.ศ. 2384).
- มีการจัดตั้ง หอสมุดหลวง (พ.ศ. 2379) เพื่อเป็นศูนย์กลางแนวคิดทางการศึกษาใหม่.
2. การศึกษาไทยภายใต้การปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราช (พ.ศ. 2411-2475)
-
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) (พ.ศ. 2411-2453)
- เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากการปฏิรูปการปกครองและอิทธิพลตะวันตก.
- พ.ศ. 2414 ทรงจัดตั้ง โรงเรียนหลวงในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งถือเป็น โรงเรียนแห่งแรกที่มีหลักสูตรแบบตะวันตก และเป็น จุดเริ่มต้นของการศึกษาในระบบ (Formal Education).
- ทรงจัดตั้ง กรมศึกษาธิการ (พ.ศ. 2430) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนเป็น กระทรวงธรรมการ (พ.ศ. 2435).
- พ.ศ. 2427 มีการจัดตั้ง โรงเรียนสำหรับราษฎร ทั่วราชอาณาจักร โดยใช้พื้นที่วัด.
- มีการจัดตั้งโรงเรียนประเภทต่างๆ เช่น โรงเรียนแพทย์ (พ.ศ. 2432), โรงเรียนฝึกหัดครูแห่งแรก (พ.ศ. 2435), โรงเรียนกฎหมาย (พ.ศ. 2439), โรงเรียนราษฎร์ (พ.ศ. 2446).
- พ.ศ. 2428 กำหนดหลักสูตรชั้นประถม 1 และ 2 ซึ่งเป็นการ ปฏิรูปหลักสูตรครั้งแรก.
- พ.ศ. 2450 มีการจัด สอบครูทั่วราชอาณาจักร เป็นครั้งแรก.
- วัตถุประสงค์ของการศึกษาเปลี่ยนจากการเรียนเพื่อสนองความต้องการของราชการ มาเป็นการ ขยายการศึกษาให้กว้างขวางเพื่อประชาชนทุกคน มีโอกาสเรียนรู้.
-
สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) (พ.ศ. 2453-2468) และพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) (พ.ศ. 2468-2475)
- พ.ศ. 2459 ก่อตั้ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้น 4 คณะ ได้แก่ แพทยศาสตร์, รัฐประศาสนศาสตร์, วิศวกรรมศาสตร์ และอักษรศาสตร์.
- พ.ศ. 2461 ประกาศใช้ พระราชบัญญัติประถมศึกษา กำหนดให้การศึกษาประถมศึกษาเป็น การศึกษาภาคบังคับ.
- พ.ศ. 2465 จัดตั้ง โรงเรียนเพาะช่าง เพื่อการศึกษาศิลปหัตถกรรมแก่ประชาชน.
- ปลายสมัยรัชกาลที่ 7 (พ.ศ. 2467-2475) มีการปรับปรุงหลักสูตรและระเบียบการศึกษาให้สอดคล้องกับวัยและความสามารถของนักเรียน.
- พ.ศ. 2475 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชสู่ ระบอบประชาธิปไตย.
3. การศึกษาไทยภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตย (พ.ศ. 2475-ปัจจุบัน)
-
หลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง-หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2475-2493)
- รัฐบาลได้กำหนด แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2475 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการศึกษาเพื่อแก้ปัญหาของชาติ.
- พ.ศ. 2479 แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้ ทุกเทศบาลต้องจัดการศึกษาภาคบังคับ.
- พ.ศ. 2489 มีการจัดตั้ง องค์การประชาชาติประเทศไทย (UNESCO Thailand).
-
เริ่มต้นแนวคิดใหม่ในการจัดการศึกษา-ปัจจุบัน (พ.ศ. 2494-ปัจจุบัน)
- พ.ศ. 2494 แผนการศึกษาแห่งชาติกำหนดการศึกษา 5 ระดับ ได้แก่ อนุบาล, ประถม, มัธยม, อุดมศึกษา, อาชีวศึกษา, การศึกษาพิเศษ และผู้ใหญ่.
- พ.ศ. 2503 แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ กำหนดให้การศึกษาแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ อนุบาล, ประถม, มัธยม และอุดมศึกษา. ประถมศึกษา 7 ปี, มัธยมศึกษาตอนต้น 3 ปี และมัธยมศึกษาตอนปลาย 3 ปี.
- พ.ศ. 2504 การพัฒนาการศึกษาถูกรวมเข้าใน แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 เป็นครั้งแรก.
- พ.ศ. 2517 มีการ ปฏิรูปการศึกษา ครั้งใหญ่ เนื่องจากประเทศมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การศึกษาสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคม และระบอบประชาธิปไตย.
- พ.ศ. 2520 แผนการศึกษาชาติ กำหนดระบบการศึกษาเป็นแบบ 6-3-3 (ประถม 6 ปี, มัธยมต้น 3 ปี, มัธยมปลาย 3 ปี).
- แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) เน้นการพัฒนา "คน" เป็นเป้าหมายหลัก.
- เป้าหมาย 3 ประการ ได้แก่ พัฒนาให้คนไทยเป็นผู้เรียนรู้และคิดเป็น, พัฒนาให้คนไทยพร้อมอยู่ร่วมกับผู้อื่น, และพัฒนาคนไทยสู่เวทีโลก.
- พ.ศ. 2542 มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ.
- แนวคิดสำคัญ คือ "การศึกษาเพื่อมวลชน" (Education for All).
- เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีเป้าหมายให้ผู้เรียนเป็น "คนดี คนเก่ง คนมีสุข".
- การปฏิรูปการศึกษา ประกอบด้วย 3 ด้านหลัก ได้แก่ ปฏิรูปโครงสร้าง (การบริหารและการจัดการศึกษา), ปฏิรูปการเรียนรู้ (การเรียนการสอน), และ ปฏิรูปการจัดการศึกษา.
- เน้นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต.
- กำหนดให้ ทุกภาคส่วนของสังคมร่วมรับผิดชอบ ต่อการจัดการศึกษา.
- มี ยุทธศาสตร์ 10 ด้าน เพื่อการดำเนินงานการปฏิรูป.
- พ.ศ. 2550 มีการยุบรวมกรมและสำนักงานบางส่วน และกำหนดแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติใหม่.
โดยสรุป การศึกษาไทยมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ตั้งแต่ยุคโบราณที่เน้นการเรียนรู้เพื่อการอยู่รอดและศาสนา ไปจนถึงยุคปัจจุบันที่เน้นการศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างรอบด้าน และการเรียนรู้ตลอดชีวิตภายใต้กรอบของประชาธิปไตยและการพัฒนาที่ยั่งยืน.
เนื้อหาเข้าใจง่ายค่ะ ได้รู้การศึกษาในแต่ละสมัยค่ะ
ตอบลบการศึกษาไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากวัดสู่ระบบโรงเรียน โดยมุ่งเน้นศาสนา ความรู้ และการพัฒนาคนให้ทันสมัยและอยู่ร่วมในสังคมประชาธิปไตย
ตอบลบเนื้อหาน่าสนใจมากค่ะ เรื่องการศึกษาไทยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงตอนนี้ อ่านแล้วรู้สึกว่าเห็นภาพชัดเลยว่าเมื่อก่อนโรงเรียนไม่ได้เป็นแบบทุกวันนี้ แต่เริ่มจากการเรียนในวัด พระเป็นครู สอนอ่านเขียนกับเรื่องที่ใช้ในชีวิตประจำวัน แล้วค่อย ๆ พัฒนามาเป็นโรงเรียนของรัฐ มีหลักสูตรจริงจังมากขึ้น เห็นว่ากว่าการศึกษาจะมาถึงจุดนี้มันผ่านการเปลี่ยนแปลงเยอะมาก ทั้งจากวัฒนธรรมไทยเองแล้วก็จากตะวันตก สิ่งที่ชอบคือมันทำให้รู้ว่าการศึกษามันไม่ได้แค่สอนความรู้ แต่เป็นส่วนหนึ่งที่พัฒนาสังคมกับคนทั้งประเทศ
ตอบลบเรามองว่าการศึกษาไทยพัฒนาไปตามสังคมและการปกครอง ตั้งแต่สมัยที่วัดเป็นโรงเรียนจนมาถึงระบบประชาธิปไตย ทุกช่วงล้วนมีบทบาทสำคัญ บ้านเราสามารถนำมาใช้ได้คือ การเรียนรู้ต้องปรับตามยุค แต่ไม่ทิ้งรากเหง้าทางศาสนาและวัฒนธรรม เพราะทำให้การศึกษาไม่ใช่แค่ความรู้ แต่ยังปลูกฝังคุณธรรมและความเป็นไทยไปพร้อมกัน
ตอบลบ(อาซีซะห์071)
การศึกษาไทยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากการเรียนในวัด พระเป็นครู แล้วค่อยๆพัฒนาเป็นโรงเรียนรัฐ มีหลักสูตรจริงจังมากขึ้น ซึ่งความรู้ และการพัฒนาคนให้ทันสมัยและอยู่ร่วมในสังคมประชาธิปไตย
ตอบลบได้อ่านแล้วค่ะและได้มองเห็นว่าการศึกษาไทยเริ่มจากการสอนศาสนาและวัฒนธรรมในวัด ต่อมาพัฒนามีโรงเรียนสมัยรัตนโกสินทร์ และขยายเป็นระบบการศึกษาสมัยใหม่ มีหลักสูตรทั้งด้านความรู้ วิทยาการ และคุณธรรม เพื่อพัฒนาประชาชนให้พร้อมต่อชีวิตและสังคม
ตอบลบวันนาเดียร์(089)
การศึกษาไทยเริ่มจากการเรียนเพื่อใช้ชีวิตและศึกษาเรื่องศาสนาในสมัยโบราณ จนพัฒนาเป็นระบบการศึกษาสมัยใหม่ที่มีหลักสูตรทันสมัย เปิดโอกาสให้ทุกคนเรียนรู้ และเน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิต.
ตอบลบการศึกษาไทยเป็นการศึกษาเรื่องสมัยโบราณ และมีการพัฒนาต่อเนื่อง เพื่อระบบการศึกษาที่ทันสมัยกว่าเดิม
ตอบลบ