วันพุธที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544)

 


นโยบายจัดการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2504-2539 ส่วนใหญ่ถูกกำหนดผ่านแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเชื่อมโยงกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำหรับ แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) นั้น เป็นแผนที่มุ่งเน้นการพัฒนา "คน" เป็นหลัก ซึ่งเป็นจุดต่างจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่อาจมีรายละเอียดไม่เหมือนกันนัก. แผนฉบับนี้ถือเป็น "แผนแห่งความหวังและอนาคต" สำหรับการพัฒนาคนเพื่อพัฒนาประเทศ โดยคำนึงถึงสถานะของประเทศไทยที่ถูกมองว่าด้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านในหลายด้านในขณะนั้น.

วัตถุประสงค์และแนวคิดหลักของแผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 8 มีดังนี้:

  • มุ่งพัฒนาศักยภาพคนไทยให้มีคุณภาพ และเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ โดยการศึกษาจะเข้ามาเป็นกระบวนการหลักในการพัฒนาศักยภาพดังกล่าว.
  • การพัฒนาบุคคล 4 ด้าน คือ ด้านปัญญา, จิตใจ, ร่างกาย, และสังคม. ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายหลักในการ "สร้างคนดี คนเก่ง และคนมีความสุข".
  • การจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) ซึ่งหมายถึงการขยายโอกาสทางการศึกษาให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเสมอภาค.

ประเด็นสำคัญ 3 ประการ ที่แผนฉบับนี้กำหนดไว้เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย ได้แก่:

  1. การพัฒนามนุษย์ที่สมบูรณ์ คนทุกช่วงวัยควรได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดำรงชีวิตอย่างเป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21. เป้าหมายคือการพัฒนาคนในทุกมิติ ทั้งด้านปัญญา, จิตใจ, ร่างกาย, และสังคม.

    • ด้านปัญญา: ส่งเสริมให้คนไทยมีวิธีคิด, คิดเป็น, รู้จักคิดวิเคราะห์และสังเคราะห์, มีความคิดสร้างสรรค์.
    • ด้านวินัยและจิตสำนึก: พัฒนาคนไทยให้มีวินัย, รับผิดชอบต่อสังคม, ชุมชน, และประเทศชาติ.
    • ด้านทักษะและสมรรถนะ: พัฒนาคนไทยให้มีทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตในโลกยุคโลกาภิวัตน์ เช่น ทักษะด้านภาษาต่างประเทศและคอมพิวเตอร์.
  2. การศึกษาที่สอดคล้องกับชีวิตจริงและบริบทสังคม:

    • การศึกษาที่จัดให้ควรสอดคล้องกับความต้องการของบุคคล, ชุมชน, สังคม และประเทศชาติ.
    • ควรสอดคล้องกับความเจริญจริงของคนทุกชาติ ทุกวัฒนธรรม.
    • การศึกษาควรนำไปสู่การสร้างงานและมีโอกาสประกอบอาชีพในท้องถิ่นของตนเอง.
    • แม้การจัดการศึกษาจะยังคงอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวง แต่มีการปรับปรุงและเร่งรัดประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรทางการศึกษา.
  3. การปฏิรูปกระบวนทัศน์การจัดการศึกษา:

    • เปลี่ยนจากการเป็นผู้จัดการศึกษาโดยรัฐ มาเป็นการจัดการศึกษาโดยทุกภาคส่วนของสังคม.
    • เน้นการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยผู้เรียนควรได้รับการส่งเสริมให้รู้จักเรียนรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองในรูปแบบและวิธีการที่หลากหลาย.
    • การศึกษาควรเป็นจุดศูนย์กลางของการพัฒนาคน.
    • การจัดการศึกษาควรตอบสนองความต้องการและความถนัดของแต่ละบุคคล ไม่ใช่การกำหนดคุณลักษณะที่แตกต่างกัน.
    • ทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งครอบครัว ชุมชน รัฐ เอกชน และองค์กรต่าง ๆ ควรตระหนักถึงความรับผิดชอบร่วมกันในการจัดการศึกษา.
    • รัฐยังคงมีบทบาท แต่ควรมีการแบ่งเบาภาระ.
    • มีการ ปฏิรูประบบการศึกษา ในส่วนภูมิภาคและสถานศึกษาให้มีอิสระในการบริหารจัดการ.
    • ส่งเสริมและพัฒนาการวิจัยและประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน.
    • ส่งเสริมและสนับสนุน ภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา.
    • มีการประกาศใช้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งเป็นผลมาจากการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างกว้างขวาง และส่งผลให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาระบบรวมถึงการปฏิรูปการเรียนรู้ที่สำคัญ.

โดยสรุปแล้ว แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติฉบับที่ 8 (พ.ศ. 2540-2544) เป็นแผนที่ให้ความสำคัญกับการพัฒนา "คน" อย่างรอบด้าน ทั้งด้านปัญญา, จิตใจ, ร่างกาย, และสังคม มุ่งเน้นการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้ทั่วถึง และปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์การจัดการศึกษาให้ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของสังคม และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (พ.ศ. 2545-2559)

            แผนการศึกษาแห่งชาติในช่วงปี พ.ศ. 2540-2559 ประกอบด้วยแผนสำคัญสองฉบับที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยใ...