วันพุธที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2568

ปรัชญาการศึกษาในอิสลาม

 



        ปรัชญาการศึกษาอิสลามหมายถึง แนวคิด หลักการ และกฎเกณฑ์ในการจัดการศึกษาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความศรัทธาในอัลลอฮฺและคัมภีร์อัลกุรอาน รวมถึงแบบอย่างและแนวทางการปฏิบัติของท่านนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์แบบทั้งในโลกนี้และโลกหน้า

        ปรัชญาการศึกษานี้แตกต่างจากปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ (โดยเฉพาะตะวันตก) ตรงที่:

            การยอมรับพระผู้สร้างและศาสนา เป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ ต่างจากการปฏิเสธอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าหรือมุ่งเน้นเพียงความสุขทางโลกเท่านั้น

            บูรณาการองค์รวมของมนุษย์ โดยไม่แยกส่วนระหว่างร่างกาย จิตวิญญาณ สติปัญญา และอารมณ์ และเชื่อมโยงระหว่างความเชื่อกับการกระทำ รวมถึงการคำนึงถึงทั้งโลกนี้ (การกระทำ) และโลกหน้า (การตอบแทน)

หลักการพื้นฐานและเป้าหมายของปรัชญาการศึกษาอิสลาม:

        1. การยึดมั่นในพระเจ้าองค์เดียว (เตาฮีด): ปรัชญาการศึกษานี้เริ่มต้นจากการศรัทธาในอัลลอฮฺและพระผู้ทรงสร้าง (อัล-คอลิก) ซึ่งเป็นรากฐานของทุกสรรพสิ่งในจักรวาล รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับพระผู้สร้างบนพื้นฐานของการเป็นบ่าวรับใช้ (อบูดีอะฮฺ)

        2. การพัฒนาบุคคลแบบองค์รวม: มุ่งเน้นการบ่มเพาะมนุษย์ให้บรรลุความสมบูรณ์แบบอันสูงสุด ครอบคลุมการพัฒนาทางจิตวิญญาณ อารมณ์ สติปัญญา และร่างกาย เพื่อให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณธรรมและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม

        3. ความรู้และการปฏิบัติ (อิลมฺและอะมัล): เน้นการศึกษาและการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริงในชีวิตประจำวัน โดยแหล่งความรู้ที่สำคัญที่สุดคือคัมภีร์อัลกุรอานและซุนนะฮฺ (แบบอย่างของท่านนบี) รวมถึงการแสวงหาวิทยปัญญา (หิกมะฮฺ) จากการสังเกตและวิจัยในสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮฺ ตราบใดที่ไม่ขัดแย้งกับหลักศาสนา

        4. การทำความสะอาดและขัดเกลาจิตใจ (ตัซกียะฮฺ): มุ่งเน้นการขจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ออกจากจิตใจและส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีงาม ซึ่งรวมถึงการขัดเกลาจิตใจ สติปัญญา และร่างกาย ตัวอย่างเช่น การขจัดความคิดแบบยึดติดหรือการเลียนแบบโดยไม่ไตร่ตรอง และส่งเสริมการคิดอย่างมีเหตุผล

        5. การเป็นแบบอย่างและเมตตาธรรม: ท่านนบีมุฮัมมัดคือแบบอย่างที่ดีที่สุดในการสอน ด้วยวิธีการที่อ่อนโยน ไม่เข้มงวด หรือสร้างความลำบาก ครอบคลุมการสอนผ่านคำพูด การปฏิบัติจริง การยกตัวอย่าง การเปิดโอกาสให้ตั้งคำถาม และการแสดงออกซึ่งความรักและความห่วงใยต่อผู้เรียน

        6. การสร้างประชาชาติที่เป็นหนึ่งเดียว (อุมมะฮฺ วะฮิดะฮฺ): ส่งเสริมการสร้างบุคคลและสังคมที่ยำเกรงอัลลอฮฺ มีความซื่อสัตย์ ถ่อมตน มีความละอาย มีไหวพริบ มีจรรยามารยาทอันประเสริฐ อดทน และควบคุมอารมณ์ได้ พร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกันและทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของสังคม และการอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติสุข

หลักสูตร
        หลักสูตรตามแนวปรัชญาการศึกษาอิสลามมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ โดยเฉพาะตะวันตก เนื่องจากอิสลามมีมุมมองที่เน้น การยอมรับพระผู้สร้าง (อัลลอฮฺ) และศาสนาเป็นรากฐาน ไม่ใช่การปฏิเสธอำนาจของพระผู้เป็นเจ้าหรือมุ่งเน้นเฉพาะความสุขทางโลก
    หลักสูตรตามแนวปรัชญาการศึกษาอิสลามจึงมีลักษณะสำคัญดังนี้:
    แหล่งที่มาขององค์ความรู้
       ปรัชญาการศึกษาในอัลกุรอานนั้นเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญาอิสลามโดยรวมที่เกี่ยวกับ การดำรงอยู่ของมนุษย์และความสัมพันธ์กับพระผู้สร้างและจักรวาล
        อัลกุรอาน คือ แหล่งที่มาหลักและสำคัญที่สุด ของปรัชญาการศึกษาอิสลาม และประกอบด้วยแนวคิดสำคัญที่ครอบคลุมถึงพระผู้สร้าง (อัลลอฮฺ) จักรวาล ชีวิต มนุษย์ ค่านิยม และรากฐานของความรู้
        สุนนะฮฺของท่านนบีมุฮัมมัด (แบบอย่าง คำพูด การปฏิบัติ และการนำคำสอนไปใช้ของบรรดาสหาย) เป็น แหล่งความรู้และแนวทางปฏิบัติ ที่สำคัญเช่นกัน โดยท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า "แท้จริงแล้ว ฉันถูกส่งมาเป็นครู"
    เป้าหมายและจุดมุ่งหมาย
        หลักสูตรมีเป้าหมายเพื่อ พัฒนาบุคคลอย่างสมบูรณ์แบบ ครอบคลุมทั้งจิตวิญญาณ อารมณ์ สติปัญญา และร่างกาย เพื่อให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีคุณธรรมและมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
        เน้น การสร้างมนุษย์ที่รู้จักพระผู้สร้าง และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างผู้สร้างกับผู้ถูกสร้าง (ความเป็นบ่าว)
        ส่งเสริมให้บุคคลสามารถ รับผิดชอบหน้าที่การเป็นผู้แทนของอัลลอฮฺในโลกนี้ (เคาะลีฟะฮฺ) ด้วยการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องและประยุกต์ใช้ความรู้ในสถานการณ์จริง
        มุ่งสร้าง "อุมมะฮฺ วาฮิดะฮฺ" (ประชาชาติที่เป็นหนึ่งเดียว) ซึ่งเป็นประชาชาติที่เข้มแข็งและเป็นแบบอย่างที่ดี (ค็อยเราะ อุมมะฮฺ)
    องค์ประกอบและเนื้อหาหลักสูตร
        ◦ "มันฮัจญ์ตัรบิยะฮฺ นะบะวียะฮฺ" (แนวทางการบ่มเพาะแบบท่านนบี) ซึ่งประกอบด้วย 3 กระบวนการหลัก:
            1. ติลาวะฮฺ (การอ่านอัลกุรอาน): อ่านโองการของอัลลอฮฺให้ผู้คนฟัง
            2. ตัซกียะฮฺ (การอบรมและขัดเกลาจิตใจ): ทำให้ผู้คนบริสุทธิ์ ขจัดสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ออกจากจิตใจ (เช่น ความชั่วร้าย การตั้งภาคี) และส่งเสริมคุณลักษณะที่ดีงาม. การขัดเกลานี้ครอบคลุมถึง จิตใจ สติปัญญา และร่างกาย.
            3. ตะอฺลีม (การสอน): สอนคัมภีร์ (อัลกุรอาน) และวิทยปัญญา (หิกมะฮฺ ซึ่งหมายถึงสุนนะฮฺ) แก่ผู้คน
        สองวิชาหลัก ที่ครอบคลุมสาระความรู้ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตมนุษย์คือ:
            1. อัล-กิตาบ (อัลกุรอาน)
            2. อัล-หิกมะฮฺ (สุนนะฮฺ).
        หมวดหมู่ของความรู้ ในอัลกุรอานและสุนนะฮฺ ได้แก่:
            1. อัล-อิลมุ บิลลาฮฺ (ความรู้เกี่ยวกับอัลลอฮฺ): เกี่ยวกับซาต (แก่นแท้), คุณลักษณะ, และการกระทำของพระองค์ เป็นความรู้ที่ประเสริฐที่สุดและเป็นรากฐานของความรู้ทั้งหมด
            2. อัล-อิลมุ บิดีนิลลาฮฺ (ความรู้เกี่ยวกับศาสนาของอัลลอฮฺ): วิถีชีวิตของบ่าว รวมถึงการกล่าวชะฮาดะฮฺ (ปฏิญาณตน), การละหมาด, การถือศีลอด, ซะกาต, หัจญ์, และทุกมิติของชีวิตที่เกี่ยวข้องกับอิบาดะฮฺ (การเคารพภักดี), มุอามาลาต (การปฏิสัมพันธ์), การเงิน, การอบรมสั่งสอน, การบริหารจัดการ และการปกครอง
            3. อัล-อิลมุ บิค็อลกิลลาฮฺ (ความรู้เกี่ยวกับสิ่งถูกสร้างของอัลลอฮฺ): ความรู้เกี่ยวกับดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ ดวงดาว จักรวาล ประวัติศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ แพทยศาสตร์ เภสัชศาสตร์ การช่าง การเกษตร และความรู้อื่น ๆ ที่ว่าด้วยการสร้างสรรค์และกฎเกณฑ์ของอัลลอฮฺ (สุนนะตุลลอฮฺ) ความรู้นี้สามารถแสวงหาได้จากแหล่งต่าง ๆ แม้จากผู้ที่ไม่ใช่มุสลิม ตราบใดที่ไม่ขัดแย้งกับหลักการของอัลกุรอานและสุนนะฮฺ
    ลักษณะและวิธีการเรียนรู้
        เน้นการบูรณาการองค์ความรู้ และส่งเสริมการสร้างแนวคิดของตนเอง
        ส่งเสริม ความรู้ควบคู่กับการปฏิบัติ (อามัล) เพื่อสร้างบุคลิกภาพอิสลามและชีวิตที่ดี
        ใช้วิธีการที่ อ่อนโยน เมตตา ผ่อนปรน และไม่สร้างความลำบาก เช่น การใช้คำพูดที่ส่งเสริมความเข้าใจ การสร้างวัฒนธรรมความอ่อนโยนในโรงเรียน การยอมรับความผิดพลาด
        ใช้ โอกาสที่เหมาะสม ในการเรียนการสอน โดยใช้สถานการณ์จริงเป็นบทเรียน
        ◦ ใช้ การหยอกล้อและความสนุกสนาน เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย
        ◦ การตักเตือน อย่างเมตตาและรักษาสักดิ์ศรีของผู้เรียน
        การเรียนรู้จากตัวอย่างในชีวิตจริง
        การต่อยอดจากประสบการณ์และความรู้เดิม ของผู้เรียน
        ◦ การให้ข้อมูลย้อนกลับ (feedback) ที่ชัดเจนและเป็นกำลังใจ
        การส่งเสริมการฝึกปฏิบัติ เพื่อสร้างทักษะ ความเข้าใจ และจิตวิญญาณทางศาสนา
        ◦ การให้โอกาสผู้เรียนได้ไตร่ตรอง และสะท้อนความคิด
        ◦ การคำนึงถึงสภาพและความแตกต่างระหว่างบุคคล ของผู้เรียน
        การสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากพื้นฐานแล้วค่อยๆ เพิ่มความซับซ้อน
        การส่งเสริมการตั้งคำถาม และอดทนต่อผู้ถามเพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์
        การหลีกเลี่ยงการพูดโดยไม่มีความรู้ และยอมรับว่า "ฉันไม่ทราบ" เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการแสวงหาความรู้
        การหลีกเลี่ยงความน่าเบื่อ โดยใช้วิธีการสอนที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
        การให้ภาพรวมก่อนรายละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น
        การเรียนรู้จากผู้ที่ด้อยกว่า โดยการเปิดใจรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากทุกแหล่ง
        การชมเชยผู้เรียน การแสดงความรักและความห่วงใย
        การนำเสนอความรู้ที่หลากหลาย เช่น การเล่าเรื่อง การเปรียบเทียบ การถามตอบ การสาธิต และการให้คำแนะนำพร้อมกำลังใจ
        โดยสรุปแล้ว หลักสูตรตามปรัชญาการศึกษาอิสลามมุ่งเน้นการสร้างคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม ควบคู่กับความรู้ทางศาสนาและทางโลกอย่างสมดุล โดยมีท่านนบีมุฮัมมัดเป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดในการจัดการเรียนการสอน

ครู

        ครูในมุมมองปรัชญาการศึกษาอิสลาม บทบาทของ "ครู" มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยมีรากฐานมาจากแบบอย่างอันสมบูรณ์ของท่านนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ซึ่งถูกส่งมาเพื่อเป็นครูและผู้อบรมสั่งสอนมนุษยชาติ
        ครูในอิสลาม: แบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด
        ท่านนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) คือครูที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ที่เปี่ยมด้วยเมตตา สติปัญญา และความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ ท่านไม่ได้ถูกส่งมาเพื่อให้เรื่องยากลำบากหรือเข้มงวด แต่เพื่อเป็นครูผู้สอนที่ทำให้เรื่องต่าง ๆ ง่ายดาย ท่านเปรียบเสมือนพ่อที่สอนบุตร สังคมมุสลิมและมนุษย์ในปัจจุบันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องย้อนกลับไปศึกษาและนำวิธีการสอนของท่านมาเป็นแนวทาง เพื่อยกระดับการเรียนการสอนและเผชิญความท้าทายต่าง ๆ
    มุอัลลิม ร็อบบานีย์: ครูผู้สร้างประชาชาติ
        ในปรัชญาการศึกษาอิสลาม ครูถูกเรียกว่า "มุอัลลิม ร็อบบานีย์" ซึ่งเป็นคำพหูพจน์ของ "ร็อบบานีย์" คำว่า "ร็อบบานีย์" มีความหมายที่หลากหลาย ได้แก่:

        • อุละมาอ์ (ผู้รู้) ที่มีจิตใจเปิดกว้างและมีความฉลาดเฉลียว
        • ผู้ที่ตักเตือนผู้คนเพื่ออัลลอฮฺ
        • ผู้ที่สร้างความสมบูรณ์แก่ความรู้ด้วยการ ปฏิบัติ (อะมัล)
        • ผู้มีความรู้ที่ปฏิบัติตามความรู้ของตนด้วยความ ยำเกรง (ตักวา) ต่ออัลลอฮฺ
        • ผู้นำที่มีความรู้
        • ผู้ที่มีความรู้ซึ่งดูแลและอบรมสั่งสอนลูกศิษย์ตั้งแต่ระดับต่ำไปจนถึงระดับสูงอย่างเป็นลำดับ
        • ผู้ที่มีความรอบรู้เกี่ยวกับบทบัญญัติว่าด้วยหะลาลและหะรอม คำสั่งใช้และคำสั่งห้าม รวมถึงสภาพของประชาชาติอิสลามทั้งในอดีตและปัจจุบัน
         การเป็น "ร็อบบานีย์" นั้นเป็นไปไม่ได้หากปราศจากความรู้และอิบาดะฮฺ (การภักดี) ที่ทำเพื่ออัลลอฮฺเพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ภารกิจหลักของ "ร็อบบานีย์" คือการศึกษาเรียนรู้และสั่งสอนคัมภีร์อัลกุรอานและแขนงวิชาความรู้ที่แตกย่อยเกี่ยวกับอัลลอฮฺ ศาสนาของพระองค์ บ่าวของพระองค์ และสรรพสิ่งที่ถูกสร้างของพระองค์
        ปรัชญาการศึกษาในอัลกุรอานมีพื้นฐานมาจากการศรัทธาต่ออัลลอฮฺ สิ่งถูกสร้างของพระองค์ และชีวิตหลังความตาย มันเน้นการสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ โดยเชื่อมโยงร่างกาย จิตวิญญาณ สติปัญญา และอารมณ์เข้าด้วยกัน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับปรัชญาตะวันตกที่มักแยกโลกแห่งความจริงออกจากศาสนา หรือมุ่งเน้นเพียงความสุขทางโลก
        คุณลักษณะสำคัญของมุอัลลิม ร็อบบานีย์
            1. ความเข้าใจ (ฟะฮัม): ต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องในอัลกุรอานและสุนนะฮฺ ตามแนวทางของนักปราชญ์รุ่นก่อน (สะลัฟศอลิห์) รวมถึงความรู้เฉพาะทางในสาขาวิชาที่สอน และความรู้ด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นต่อการทำหน้าที่ เช่น ภาษา จิตวิทยา และเทคนิคการสอน
            2. การปฏิบัติ (อะมัล): ปฏิบัติตามความรู้ที่ได้จากพระคัมภีร์ เพื่อสร้างบุคลิกภาพแบบอิสลามและชีวิตที่ดีทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และผู้อื่น โดยเฉพาะลูกศิษย์
            3. ความยำเกรง (ตักวา) และความเกรงกลัว (ค็อชยะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ: นี่คือคุณธรรมที่สำคัญที่สุดที่ป้องกันการทำบาป ความรู้ที่แท้จริงคือความยำเกรงนี้ ไม่ใช่เพียงการท่องจำหรือรายงานหะดีษ
            4. ความสัจจริง (ศิดก์): มีหัวใจที่ซื่อสัตย์ในการน้อมรับคำสอนของอัลลอฮฺ ปฏิบัติตามสุนนะฮฺของท่านนบี ดำเนินชีวิตตามศาสนา และเผยแพร่คำสอนด้วยข้อมูลที่แท้จริง
            5. ความรับผิดชอบ (อะมานะฮฺ): ตระหนักว่าความรู้ที่ได้รับมานั้นเป็นความรับผิดชอบที่ต้องถ่ายทอดแก่อนุชนรุ่นต่อไปด้วยความซื่อสัตย์และจริงจัง
            6. การถ่ายทอดสาร (ตับลีฆ): ไม่ปกปิดคำสอน โดยเฉพาะเมื่อมีผู้ร้องขอความรู้
            7. ไหวพริบและเฉลียวฉลาด (ฟะฏอนะฮฺ): เป็นคุณลักษณะของศาสดา ต้องมีความฉลาดเพียงพอที่จะเป็นผู้รู้ และมีจุดยืนที่ถูกต้องตามอัลกุรอานและสุนนะฮฺในทุกด้านของชีวิต
            8. จรรยามารยาทอันทรงเกียรติ (อัคลาก): มีมารยาทที่ดีทั้งทางวาจา (เช่น การให้สลาม การขอดุอาอ์ การตักเตือน) และพฤติกรรม (เช่น การยิ้ม ความอ่อนโยน การแต่งกายที่สุภาพ)
            9. ความอดทนและควบคุมอารมณ์ให้นิ่ง: ความอดทนคืออาวุธหลักของครู โดยเฉพาะในการสอนนักเรียนที่มีพื้นฐานและนิสัยที่หลากหลาย
            10. ความเมตตา ความรักใคร่ และเอาใจใส่ (เอ็นดู/รักใคร่ห่วงใย/เอาใจใส่รับผิดชอบ): แสดงความรักและความห่วงใยต่อนักเรียนเสมือนเป็นลูกของตนเอง สร้างบรรยากาศแบบครอบครัว และแก้ปัญหาด้วยวิธีที่นุ่มนวล หลีกเลี่ยงความรุนแรง
    หน้าที่รับผิดชอบและแนวทางการสอน
        "มุอัลลิม ร็อบบานีย์" มีหน้าที่รับผิดชอบดังนี้ :
            • ดูแลรับผิดชอบครูและนักเรียน
            • พัฒนาตนเองและยกระดับครูคนอื่นๆ โดยการเพิ่มพูนความรู้และการปฏิบัติ
            • ให้เกียรตินักเรียนและอบรมสั่งสอนพวกเขาด้วยความนุ่มนวล พร้อมให้คำแนะนำเมื่อมีผู้แสวงหาวิชาความรู้เข้ามาหา
        ท่านนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้แสดงให้เห็นถึง วิธีการสอนที่หลากหลาย เพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง:
            • การเปรียบเทียบ หรือการยกตัวอย่าง
            • การใช้สื่อภาพ หรือสัญลักษณ์
            • การเล่าเรื่องราว หรือตัวอย่างจากชีวิตจริง
            • การถาม-ตอบ เพื่อกระตุ้นความคิดวิเคราะห์และทดสอบความรู้ รวมถึงการถามปลายเปิดเพื่อส่งเสริมการไตร่ตรอง
            • การส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยการอนุญาตให้ผู้เรียนถามทบทวนและอภิปราย
            • การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) ที่ชัดเจน ทันเวลา และสร้างกำลังใจ โดยเริ่มจากการชมเชย
            • การส่งเสริมการฝึกปฏิบัติจริง
            • การคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และตอบสนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน
            • การสอนแบบค่อยเป็นค่อยไป เริ่มจากพื้นฐานแล้วค่อยเพิ่มความซับซ้อน
            • การหลีกเลี่ยงความน่าเบื่อ โดยการสอนที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับผู้เรียน
            • การให้ภาพรวมก่อนรายละเอียด เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจโครงสร้างของเนื้อหา
            • การเรียนรู้จากผู้ที่ด้อยกว่า โดยการเปิดใจรับฟังคำแนะนำจากทุกคน และส่งเสริมวัฒนธรรมการเคารพซึ่งกันและกัน
            • การหลีกเลี่ยงการพูดโดยไม่มีความรู้ และยอมรับว่า "ฉันไม่ทราบ" เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีในการค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม
        นอกจากนี้ "มุอัลลิม ร็อบบานีย์" ยังมีหน้าที่ในการ ปลูกฝังจิตวิญญาณแห่งอัลกุรอานและสุนนะฮฺ ในการเรียนการสอน ซึ่งเชื่อว่าการขาดสิ่งนี้ทำให้คุณภาพการศึกษาต่ำลง และการสร้าง "วัฒนธรรมโรงเรียนของฉัน สวรรค์ของฉัน" (มัดเราะสะตี ญันนะตี / ญุนนะตี) ซึ่งหมายถึงการทำให้โรงเรียนเป็นป้อมปราการที่ป้องกันนักเรียนจากความโง่เขลา (ญาฮิล) การตั้งภาคี (ชิริก) และความหลงผิดต่าง ๆ และเป็นสถานที่ที่สร้างความสุขและความเมตตาให้กับสมาชิกทุกคน
        โดยรวมแล้ว ครูในมุมมองปรัชญาการศึกษาอิสลามคือ ผู้นำทางวิญญาณและปัญญา ที่มีความรู้ความเข้าใจในศาสนาอย่างลึกซึ้ง ปฏิบัติตามสิ่งที่รู้ มีความยำเกรงอัลลอฮฺเป็นที่ตั้ง และใช้แนวทางการสอนที่เมตตา ยืดหยุ่น และครอบคลุม เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์และเป็นส่วนหนึ่งของประชาชาติที่เข้มแข็ง

นักเรียน
        ตามแนวคิดปรัชญาการศึกษาอิสลาม นักเรียน หรือ ผู้เรียน ไม่ใช่เพียงแค่ผู้รับความรู้เท่านั้น แต่เป็นบุคคลที่ถูกบ่มเพาะให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกาย จิตวิญญาณ และสติปัญญา เพื่อบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการดำเนินชีวิตตามแนวทางของอัลลอฮฺ
แนวคิดหลักเกี่ยวกับนักเรียนในปรัชญาการศึกษาอิสลามมีดังนี้:
    • ธรรมชาติและศักยภาพของผู้เรียน
        ◦ ปรัชญาการศึกษาในอัลกุรอานเชื่อมั่นในการศรัทธาต่ออัลลอฮ์และคุณลักษณะของพระองค์ รวมถึงการสร้างจักรวาลและมนุษย์ โดยเฉพาะกับมนุษย์นั้น อัลกุรอานจะเริ่มต้นด้วยความเป็นจริงของ การดำรงอยู่ของมนุษย์ ก่อนที่จะชี้แนะแนวทางแห่งความดีงามและความสำเร็จในชีวิตนี้ มนุษย์ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดูแลโลกและถูกฝังศักยภาพและความสามารถไว้ภายใน เพื่อใช้พัฒนาโลกและจัดการทรัพยากรให้เกิดประโยชน์
        ◦ อัลลอฮฺทรงประทานสติปัญญาและเจตจำนงแก่มนุษย์ เพื่อให้เขาสามารถเลือกเส้นทางชีวิตของตนเองได้
    • การบ่มเพาะและการพัฒนา (อัต-ตัซกียะฮฺ)
        ◦ การศึกษาคือการยกระดับตนเอง: การศึกษาในแนวคิดอิสลามหมายถึง การยกระดับผู้เรียนให้ก้าวขึ้นสู่ระดับของการปฏิบัติตามหลักศาสนา โดยทำให้หลักการศาสนาเป็นรากฐานสำคัญในชีวิต
        ◦ การชำระจิตใจ ร่างกาย และสติปัญญา: แนวคิดเรื่อง "อัต-ตัซกียะฮฺ" (การชำระหรือทำให้บริสุทธิ์) ถือเป็นหัวใจสำคัญ ซึ่งรวมถึงการชำระจิตใจให้บริสุทธิ์จากสิ่งไม่พึงปรารถนา เช่น กิเลส ความหลงผิด และความเลวร้าย รวมถึงการส่งเสริมให้ใช้สติปัญญาในการพิจารณาจักรวาลและหลีกเลี่ยงการเชื่อตามกันโดยปราศจากการคิดวิเคราะห์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแลรักษาร่างกายที่อัลลอฮฺทรงประทานให้เกียรติ
        ◦ การปฏิบัติควบคู่กับความรู้: การเรียนรู้ในอิสลามไม่เพียงแค่การท่องจำ แต่เน้น การนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติจริง (อะมัล) เพื่อสร้างบุคลิกภาพแบบอิสลามและชีวิตที่ดี (หะยาต ฏ็อยยิบะฮฺ) ทั้งต่อตนเอง ครอบครัว และผู้อื่น
    • บทบาทของผู้เรียนในกระบวนการเรียนรู้
        ◦ การตั้งคำถามและไตร่ตรอง: ผู้เรียนถูกส่งเสริมให้ ตั้งคำถาม เพื่อกระตุ้นการคิดวิเคราะห์และทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง โดยไม่รู้สึกกดดันหรือเกรงกลัว ท่านนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้แสดงให้เห็นว่า การแก้ไขผู้เรียนที่เข้าใจผิดควรทำด้วยความเมตตา ไม่ใช่การตำหนิ
        ◦ การเรียนรู้จากประสบการณ์และสถานการณ์จริง: ผู้เรียนควรเรียนรู้จากสถานการณ์ในชีวิตประจำวัน และต่อยอดจากประสบการณ์เดิมที่มีอยู่
        ◦ การยอมรับความผิดพลาดและพัฒนาตนเอง: ผู้เรียนควรได้รับการกระตุ้นให้คิดและประเมินตนเองก่อนที่จะถูกประเมิน และควรเปิดใจยอมรับข้อผิดพลาดของตนเอง การได้รับข้อมูลย้อนกลับ (feedback) ที่ชัดเจนและสร้างกำลังใจจะช่วยให้ผู้เรียนระบุจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงได้
         ◦ ความอ่อนน้อมถ่อมตนและความละอาย: ผู้เรียนควรถ่อมตนและยอมรับว่าความรู้มาจากหลายแหล่ง ไม่จำกัดเพียงครูผู้สอน นอกจากนี้ การมีความละอาย (อัล-หะยาอฺ) ทั้งต่อตนเองและสังคมยังเป็นคุณธรรมสำคัญที่ช่วยให้รักษาความดีงาม
    • เป้าหมายสูงสุดสำหรับผู้เรียน (มุอัลลิม ร็อบบานีย์/ร็อบบานียูน)
        ◦ นักเรียนในแนวคิดอิสลามมีเป้าหมายที่จะเติบโตเป็น "ร็อบบานียูน" ซึ่งหมายถึง ผู้ที่มีความรู้ ความเฉลียวฉลาด ผู้ยำเกรง (ตักวา) ต่ออัลลอฮฺ มีจิตใจเปิดกว้าง และทำอิบาดะฮฺเพื่ออัลลอฮฺเพียงผู้เดียว
        ◦ คุณลักษณะของ "ร็อบบานียูน" คือ การเป็นผู้ที่เข้าใจความรู้ทั่วไปในอัลกุรอานและสุนนะฮฺ รวมถึงความรู้ในสาขาเฉพาะทางที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตและการเผยแผ่ศาสนา พวกเขาจะ ปฏิบัติตามความรู้ นั้นอย่างสม่ำเสมอ
        ◦ ผู้เรียนที่ดีควรมีคุณธรรมความดีงามเช่นเดียวกับท่านนบีมุฮัมมัด (ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน) ได้แก่ ความซื่อสัตย์ ความถ่อมตน ความละอาย ความอดทน ความรักใคร่ห่วงใย และ การมีไหวพริบเฉลียวฉลาด
        โดยสรุปแล้ว นักเรียนในแนวคิดปรัชญาการศึกษาอิสลามคือ ผู้ที่ได้รับการบ่มเพาะให้มีความรู้คู่คุณธรรม มีสติปัญญาและจิตวิญญาณที่บริสุทธิ์ พร้อมที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีและเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประชาชาติที่ยำเกรงอัลลอฮฺอย่างแท้จริง

การประเมิน
        การประเมินผลในแนวคิดปรัชญาการศึกษาอิสลามมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เติบโตอย่างสมบูรณ์และเป็นไปตามเป้าหมายของการศึกษา โดยมีหลักการและวิธีการที่หลากหลาย ดังนี้:
หลักการและเป้าหมายของการประเมินผล
        การประเมินผลเป็นเครื่องมือสำคัญในการกระตุ้นการพัฒนาทักษะและความเข้าใจของผู้เรียน และช่วยให้ผู้เรียนรู้จักตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเอง รวมถึงรับรู้ถึงศักยภาพที่สามารถพัฒนาต่อไปได้
        เป้าหมายหลักของการจัดการศึกษาคือ การพัฒนาผู้เรียนให้มีความสมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ดังนั้น การประเมินผลจึงควรครอบคลุมทุกด้านเหล่านี้
        การศึกษาอิสลามมุ่งเน้นการสร้าง "ร็อบบานียูน" (ผู้มีความรู้, ฉลาด, ยำเกรงอัลลอฮฺ) ดังนั้นการประเมินผลจึงควรตรวจสอบว่าผู้เรียนมีความรู้และปฏิบัติเพื่ออัลลอฮฺอย่างแท้จริง รวมถึงมีความยำเกรง (ค็อชยะฮฺ) ซึ่งเป็นคุณค่าของความรู้ที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การท่องจำ
        ครูผู้สอนมีหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบผู้เรียน และ จะถูกสอบถามถึงผู้ที่อยู่ในความดูแลของตน ซึ่งเชื่อมโยงกับการประเมินผลการเรียนรู้และการพัฒนาของผู้เรียน
    วิธีการและแนวทางปฏิบัติในการประเมินผล
        ปรัชญาการศึกษาอิสลามและแบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) แนะนำวิธีการประเมินผลที่เน้นความเมตตาและส่งเสริมการเรียนรู้:
        การทดสอบและการตั้งคำถาม:
            เป็นเทคนิคสำคัญในการสร้างความเข้าใจและส่งเสริมการเรียนรู้ และช่วยกระตุ้นความสนใจของผู้เรียน
            ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ใช้คำถามที่หลากหลายเพื่อทดสอบไหวพริบและความรู้ และเพื่อทดสอบความรู้ระดับสูง
            ครูควรฝึกการตั้งคำถามซ้อน เช่น "อะไรทำให้เธอคิดเช่นนั้น?" หรือ "มีหลักฐานอะไรสนับสนุนคำตอบนี้?" เพื่อส่งเสริมการสะท้อนความคิดและเรียนรู้จากกระบวนการคิดของผู้เรียน ไม่ใช่เพียงผลลัพธ์สุดท้าย
        การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback):
            ควรให้ Feedback ที่ชัดเจนและเป็นกำลังใจ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนระบุจุดแข็งและจุดที่ควรปรับปรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
            ให้ Feedback ทันทีหลังจากพฤติกรรมเกิดขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเชื่อมโยงและเข้าใจได้ง่ายขึ้น
            หลีกเลี่ยงการตำหนิหน้าห้อง และให้ Feedback เป็นการส่วนตัวในกรณีที่เกี่ยวกับข้อบกพร่อง
            ใช้หลัก "ชมก่อน ติให้เป็น" โดยเริ่มด้วยการชื่นชมข้อดี แล้วค่อยให้คำแนะนำจุดที่ควรปรับปรุง
            สร้างโอกาสให้ผู้เรียนทดลองและพัฒนาตนเอง โดยให้โอกาสลองทำใหม่พร้อมแนะแนวทางที่ชัดเจน
            ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ให้ Feedback ด้วยความเมตตาและปราณีต ไม่ตำหนิอย่างรุนแรงหรือเผยแพร่ในที่สาธารณะ แต่เลือกที่จะพูดคุยเป็นการส่วนตัวหรือในบรรยากาศที่เป็นมิตร
        การประเมินตามสภาพจริงและจากพัฒนาการของผู้เรียน:
            สถานศึกษาควรพิจารณาการประเมินผลผู้เรียนจาก พัฒนาการ ความประพฤติ การสังเกตพฤติกรรมการเรียน การเข้าร่วมกิจกรรม และการทดสอบ
            การประเมินผลควรเน้นกระบวนการเรียนรู้และทักษะการคิดวิเคราะห์
            ควรมีการเชื่อมโยงการเรียนรู้ทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน และเชื่อมโยงกับการดำเนินชีวิตจริง
        การส่งเสริมการไตร่ตรองและการประเมินตนเอง:
            ท่านนบีมุฮัมมัด (ศ็อลฯ) ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ไตร่ตรองถึงผลของการกระทำและความหมายของคติธรรมในชีวิตจริง
            ผู้เรียนควรได้รับการกระตุ้นให้คิดและประเมินตนเอง [จากแนวคิดการไตร่ตรองและตระหนักรู้ในตนเองของท่านนบีและคำกล่าวของอุมัร อิบนุ ค็อฏฏอบ (ร.ฎ.) ที่ว่า "จงพิจารณาตนเองก่อนที่จะถูกพิจารณา และชั่งน้ำหนักตนเอง ก่อนที่การกระทำของเจ้าจะถูกชั่งน้ำหนัก"]
            การศึกษาตามอัธยาศัยเน้นการประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยตัวผู้เรียนเอง
        ความซื่อสัตย์ในการประเมิน:
            ครูผู้สอนที่ซื่อสัตย์จะไม่แต่งคะแนน ไม่ละเลยการวัดและประเมินผลอย่างถูกต้อง ไม่เลือกปฏิบัติหรือลำเอียงในการให้คำปรึกษาหรือตัดสินพฤติกรรม
            ครูควรให้คะแนนตามจริง และเขียนบันทึกผลการเรียน รายงานพฤติกรรมและความก้าวหน้าของนักเรียนต่อผู้ปกครองอย่างตรงไปตรงมา
    ข้อสังเกตและข้อควรปรับปรุงในการประเมินผล
        การวัดผลที่เน้นความจำมากเกินไปจะนำความรู้ไปใช้ได้น้อย
        การประเมินผลควรส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการบูรณาการองค์ความรู้
        ปัจจุบัน การสอนทักษะการคิดและทักษะทางอารมณ์ยังไม่มีคุณภาพเท่าที่ควร ซึ่งอาจหมายถึงการประเมินด้านเหล่านี้ยังไม่แข็งแกร่ง.
        การสอนคุณธรรมจริยธรรมก็ยังไม่มีคุณภาพ ซึ่งบ่งชี้ว่าการประเมินด้านคุณธรรมอาจถูกละเลย หรือครูขาดความเชี่ยวชาญในการสอนและประเมินด้านนี้
        ควรมีการจัดทำแผนการประเมินผลการเรียนรู้และระบบการประเมินผลการเรียนรายวิชาที่ชัดเจน
        โดยสรุปแล้ว การประเมินผลในปรัชญาการศึกษาอิสลามไม่ได้เป็นเพียงการวัดความรู้ แต่เป็นกระบวนการที่ครอบคลุมการพัฒนาผู้เรียนทุกด้าน ด้วยวิธีการที่เปี่ยมด้วยความเมตตาและเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อบ่มเพาะให้ผู้เรียนมีความรู้คู่คุณธรรม และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้อย่างยั่งยืน.


สรุปปรัชญาการศึกษาในอิสลาม

ด้าน ลักษณะสำคัญ
หลักสูตร ยึดหลักศรัทธาต่ออัลลอฮฺเป็นพื้นฐาน
บูรณาการศาสนาและชีวิตประจำวัน
เน้นอัลกุรอานและสุนนะฮฺเป็นแหล่งความรู้หลัก
มุ่งสร้างมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งจิตใจ ร่างกาย และสติปัญญา
ผู้สอน เป็น "มุอัลลิม ร็อบบานีย์" ครูทางจิตวิญญาณ
สอนด้วยเมตตาและแบบอย่างจากท่านนบีมุฮัมมัด
สร้างแรงบันดาลใจด้วยความรักและความเข้าใจผู้เรียน
ผู้เรียน มีศักยภาพในการพัฒนาตน
ส่งเสริมการตั้งคำถามและสะท้อนความคิด
มุ่งสู่การเป็น “ร็อบบานียูน” ผู้รู้คู่คุณธรรม
โรงเรียน เป็นพื้นที่ฝึกฝนจิตวิญญาณและคุณธรรม
สร้างบรรยากาศปลอดภัย เมตตา และเปี่ยมด้วยรัก
วัฒนธรรม “โรงเรียนของฉัน คือ สวรรค์ของฉัน”
ผู้บริหาร เป็นผู้นำที่มีคุณธรรม
ส่งเสริมบรรยากาศแห่งอัลกุรอานและสุนนะฮฺ
ดูแลครูและนักเรียนด้วยความรักและความรับผิดชอบ
การเรียนการสอน สอนผ่านการปฏิบัติจริง
ใช้วิธีอ่อนโยน เปรียบเทียบ ถามตอบ เล่าเรื่อง
กระตุ้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและเกิดแรงบันดาลใจ
การวัดผลและประเมิน ไม่เน้นการแข่งขันหรือท่องจำ
ประเมินความก้าวหน้าและด้านคุณธรรม
ใช้ Feedback เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแบบองค์รวม

10 ความคิดเห็น:

  1. เนื้อหาดีมากค่ะ มีการเชื่อมโยงคัมภีร์อัลกุรอาน ซุนนะฮฺ เข้าไว้ในแนวคิดการจัดการศึกษา

    ตอบลบ
  2. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  3. ปรัชญาการศึกษาอิสลามมุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างองค์รวม ทั้งความรู้ คุณธรรม และจิตวิญญาณ โดยมีอัลกุรอานเป็นหลักและครูเป็นแบบอย่าง

    ตอบลบ
  4. ปรัชญาการศึกษาอิสลามมุ่งพัฒนาทั้งกายใจ และจิตวิญญาณ ซึ่งยึดหลักอัลกุรอานและซุนนะฮ์เป็นแนวทางค่ะ

    ตอบลบ
  5. ปรัชญาการศึกษาอิสลามคือการพัฒนาคนทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา โดยมีพระเจ้าเป็นศูนย์กลาง จุดมุ่งหมายคือให้คนรู้จักใช้ความรู้ทำความดีและอยู่ในกรอบศาสนา

    สิ่งที่หนูชอบก็คือมันไม่แยกวิชาศาสนากับวิชาทั่วไป แต่เอามาเชื่อมกัน ทำให้ความรู้ทุกอย่างมีเป้าหมายชัดและใช้ได้จริงในชีวิต

    ตอบลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ13 สิงหาคม 2568 เวลา 19:55

    คือมองว่าการศึกษาไม่ใช่แค่เรื่องเรียนเก่งหรือมีปริญญา แต่คือการฝึกให้คนรู้จักพระเจ้า ทำตามคำสอนของพระองค์ และใช้ชีวิตให้ถูกต้องตามหลักศาสนา ความรู้ทุกอย่างจริง ๆ แล้วมาจากอัลลอฮ์นะ คนเราก็ต้องเรียนทั้งความรู้ทางศาสนา (ดินียะฮ์) และความรู้ทางโลก (ดุนยา) ให้สมดุลกัน
    การเรียนในอิสลามก็เหมือนการเดินทางใกล้ชิดพระเจ้า ยิ่งเรียนก็ต้องยิ่งถ่อมตัว รู้ว่าความรู้นี้พระองค์มอบให้ ไม่ใช่เอาไปอวดหรือทำร้ายใคร และสุดท้ายเป้าหมายของการศึกษาในอิสลามคือ สร้างคนที่มีอีหม่านแน่น ใช้ความรู้รับใช้สังคม และหวังความสำเร็จทั้งในโลกนี้กับโลกหน้า

    ตอบลบ
  7. เราคิดว่าปรัชญาการศึกษาอิสลามมีคุณค่าเพราะเน้นทั้งความรู้และคุณธรรมไปด้วยกัน จุดที่เราชอบคือยึดอัลกุรอานและสุนนะฮฺเป็นรากฐาน ทำให้การเรียนไม่ใช่แค่ทางโลก แต่ยังเชื่อมกับศรัทธาและเป้าหมายในโลกหน้าครูในอิสลามก็สอนด้วยเมตตาและเป็นตัวอย่างที่ดี ส่วนผู้เรียนถูกปลูกฝังให้เป็นร็อบบานีคือผู้รู้ที่ยำเกรงอัลลอฮฺ แนวคิดนี้ใช้ได้จริงกับการศึกษาในบ้านเราเลย (อาซีซะห์071)

    ตอบลบ
  8. ปรัชญาศึกษาอิสลามคือเน้นการพัฒนาคนทั้งร่างกาย จิตใจ และะสติปัญญา ฝึกให้ผู้เรียนรู้จักพระเจ้า ทำตามคำสอน และใช้ชีวิตอย่างถูกต้องตามหลักศาสนา

    ตอบลบ
  9. ปรัชญาการศึกษาอิสลามมุ่งสร้าง มนุษย์สมบูรณ์ ทั้งด้าน จิตวิญญาณ ร่างกาย อารมณ์ และสติปัญญา โดยยึดหลักศรัทธาใน อัลลอฮฺ และแบบอย่างของ ท่านนบีมุฮัมมัด ครูคือ มุอัลลิม ร็อบบานีย์ เป็นผู้นำทางปัญญาและจิตใจ นักเรียนเป็นศูนย์กลาง เรียนรู้จากคัมภีร์ อัลกุรอาน และ สุนนะฮฺ ใช้การสอนแบบเมตตา อ่อนโยน และเน้นการปฏิบัติจริง การประเมินเน้น คุณธรรมและการพัฒนาผู้เรียนทุกด้าน มากกว่าการสอบหรือการแข่งขัน

    ตอบลบ
  10. ปรัชญาการศึกษาอิสลามคือการเรียนรู้ที่ผสมผสาน ศรัทธากับเหตุผล โดยยึดอัลกุรอานและหะดีษเป็นหลัก เป้าหมายคือพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านสติปัญญา จิตวิญญาณ และการใช้ชีวิตตามแนวทางของอัลลอฮ์อย่างสมบูรณ์แนวคิดที่วางอยู่บนพื้นฐานของ เตาฮีดและซุนนะห์ มุ่งเน้นให้การศึกษาพัฒนามนุษย์อย่างสมดุล ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และจิตวิญญาณ โดยยึดอัลกุรอานและหะดีษเป็นรากฐานสำคัญ การเรียนรู้ในอิสลามไม่ใช่เพียงเพื่อหาความรู้ทางโลก แต่เพื่อเชื่อมโยงกับความศรัทธาและนำไปสู่การปฏิบัติที่ถูกต้อง เป้าหมายสูงสุดคือการทำให้มนุษย์รู้จักอัลลอฮ์ ดำเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม และสร้างสังคมที่ดีงามบนพื้นฐานของความยุติธรรมและความเมตตาค้ะ
    วันนาเดียร์(089)

    ตอบลบ

แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 (พ.ศ. 2545-2559)

            แผนการศึกษาแห่งชาติในช่วงปี พ.ศ. 2540-2559 ประกอบด้วยแผนสำคัญสองฉบับที่ต่อเนื่องกัน ซึ่งกำหนดทิศทางการพัฒนาการศึกษาของประเทศไทยใ...